วิธีทำให้เสียงดนตรีในงานแสดงสดมีพลังด้วยปลั๊กอินที่ sound engineer เลือกใช้

เราเคยสงสัยไหมว่าเสียงดนตรีแสดงสดในร้านอาหารกับเสียงดนตรีในงานแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินนั้นมันช่างฟังแตกต่างกันเหลือเกินทั้งๆที่บางครั้งใช้เครื่องเสียงในร้านเดียวกันลำโพงเดียวกันแต่เวลาศิลปินดังๆที่มาแสดงสดเสียงดนตรีหรือ sound ของวงเขาถึงได้ฟังออกมามีพลังสุดๆ วันนี้เรามีปลั๊กอินที่เหล่าบรรดา sound engineer นิยมใช้กันมาฝาก

ปลั๊กอิน(Plugin) คือ โปรแกรมเสริมที่นำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมหลัก เพื่อเพิ่มลูกเล่นและการใช้งานต่าง ๆ ให้มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพูดให้เห็นภาพขึ้นไปอีก ก็เปรียบเสมือนว่าเราซื้อรถมา 1 คัน ที่มีอุปกรณ์พื้นฐานต่าง ๆ มาให้ เราสามารถแต่งรถให้มีความสวยงามหรือเพิ่มความแรงของรถเข้าไปให้มีสมรรถนะมากขึ้นหรือสวยงามขึ้น

ปลั๊กอิน(Plugin) ที่ใช้สำหรับงานระบบเสียงก็เช่นเดียวกัน คือลูกเล่นต่าง ๆ ที่ไม่มีอยู่ในโปรแกรม หรือไม่มีมาให้ในดิจิตอลมิกเซอร์ เราก็หาซื้อมาเพิ่มเติม ยกตัวอย่างโปรแกรมทำเพลง หรือ Digital Audio Workstation ที่เราเรียกสั้นๆว่า DAW ที่ใช้กันใน Studio อย่างเช่นโปรแกรม Logic, Protools, Cubase, Ableton Live เป็นต้น โปรแกรมเหล่านี้ มักจะให้ตัวปรับแต่งเสียงพื้นฐานมากับโปรแกรม เช่น EQ, Compressor, Reverb, Gate หากอยากได้ที่ดีกว่าที่โปรแกรมเดิมให้มา ก็จะต้องซื้อ Plugin(ปลั๊กอิน) เข้ามาเสริมตามที่ต้องการใช้งาน

1. FabFilter Pro-DS

FabFilter Pro-DS เป็น De-esser ที่ใช้ง่ายมากนานมาแล้วที่ผม Automate เสียงน้ำลายแบบ Manual เพราะผมไม่ชอบเสียงหยาบๆที่ได้จาก De-esser ทั้งหมดที่ผมเคยลอง แต่ FabFilter Pro-DS ใน Wideband Mode นั้นดีพอๆกับการ Automate แบบ Manual เลยและ Split Band ของมันก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการลดเสียงกระด้างลงที่อาจเกิดขึ้นได้ที่ 3 kHz 

2. SoundToys EchoBoy

ใช้เวลาอย่างมากในการออกแบบ Ambiences ของผม โดยเฉพาะทำให้กับเสียงร้อง การใส่ Delay 3-5 ตัวลงไปเลย  Automate มันตลอดทั้งเพลง EchoBoy มีความสามารถหลากหลายด้านในการสร้าง Delay ตั้งแต่ Ambience บางๆไปจนถึงเอฟเฟคแบบชัดเจน ผมสามารถใช้ delay ที่แน่นมากๆกับเสียงร้องเพลง Rap หรือใช้Spread delay กับเสียงร้องเพลง Pop

3. Klanghelm MJUC Compressor

นั้นมีมากมายกับเสียงร้อง และก็มีแบบ Hardware มากมาย แต่ไม่พบมากนักในแบบ Software ซึ่งคือตัวที่ราคาถูกที่สุดที่ผมมีมันมีความสามารถหลากหลายและโทนเสียงดี มันมีความโปร่งใสพอที่จะไปเปลี่ยนโทนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ก็มี Color มากพอที่จะสร้างเวทมนต์เล็กๆน้อยๆได้

4. Waves SSL E-Channel

สำหรับ Plugin (ปลั๊กอิน) SSL E-Channel จำลองเสียงมาจากมิกเซอร์ยี่ห้อดัง SSL รุ่น 4000 อันเลื่องชื่อของ SSL (Solid Stage Logic) ซึ่งมีชิป VCA ระดับคลาส A มันเป็นชิ้นส่วนที่คอมคอมพิวเตอร์ระดับพรีเมี่ยมใช้กัน ในส่วนของ SSL E-Channel นั้นเสียงจะอ้างอิงมาจาก นั้นอิงจากอีควอไลเซอร์ Black Knob ที่มีชื่อเสียงของ SSL ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1983 โดยมีจอร์จ มาร์ติน โปรดิวเซอร์ในตำนาน มี HPF ตัวกรองความถี่สูง LPF ตัวกรองความถี่ต่ำ และอีควอไลเซอร์พาราเมตริก 4 แบนด์ ส่วนไดนามิกส์มีคอมเพรสเซอร์ / ลิมิตเตอร์แบบ Soft-knee และ Expander / Gate ที่สร้างแบบจำลองบน SSL LS611E เช่นเดียวกับรุ่นออริจินัล สามารถวางเลือกวางก่อนหรือ EQ ได้ และการขยายสัญญาณขาออกจะถูกเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระดับเอาต์พุตให้คงที่ จุกเด่นของ EQ SSL E-Channel คือให้เสียงต่ำที่อิ่มและไม่มีความผิดเพี้ยนของเสียง เหมาะมากๆสำหรับเสียงร้อง ละเครื่องดนตรีที่เป็นอคูสติกทั้งหลาย

5. Waves CLA-76 Compressor / Limiter

ถือได้ว่า Plugin (ปลั๊กอิน) CLA-76 Compressor / Limiter ตัวนี้ เป็น Plugins ชื่อก้องโลกเลยก็ว่าได้ ที่ไม่ว่าจะในสตูดิโอหรืองาน Live Sound ก็ขาดไม่ได้ เพราะปลั๊กอินตัวนี้จำลองเสียงมาจาก Universal 1176 ของ Chris Lord-Alge Mixing Engineer ชื่อก้องโลกนั่นเอง จุดเด่นของปลั๊กอินตัวนี้ คือ การทำให้เสียงที่กระชับพุ่งมาข้างหน้าดูแข็งแรง เพราะด้วยค่า Attack ที่รวดเร็วแค่ 0.0005 Sec สามารถจัดการกับเสียงกระชาก (Transient) ได้ดี เหมาะกับเสียงร้อง และเสียงกลองเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เสียงดูมีพลังมากยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล: https://www.liveforsound.com/13-best-plugin-in-live-sound/